October 2, 2022

เปิดประวัติ  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม “หงส์แดง” เป็นนักเตะของทีมคนแรก ที่ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ในรอบ 30 ปี

ข้อมูลนักเตะ

ชื่อเต็ม : จอร์แดน ไบรอัน เฮนเดอร์สัน (Jordan Brian Henderson)

เกิด : วันที่ 17 มิถุนายน 1990 (เมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ)

อายุ : 30 ปี

ตำแหน่ง : กองกลาง

ส่วนสูง : 182 เซนติเมตร

เส้นทางลูกหนัง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ในช่วงวัยเด็กเฮนเดอร์สัน ชื่นชอบ และหลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลของทีมกรมตำรวจเดอแรม  และเมื่อเฮนเดอร์สัน อายุ 7 ขวบ เขาก็ได้ไปเข้าเป็นนักเตะฝึกหัดของทีม ซันเดอร์แลนด์ ทีมลูกหนังชื่อดังย่านบ้านเกิด

เริ่มแรก เฮนเดอร์สัน  เริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่ง ปีก ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดี และเขาพัฒนาฝีเท้าจนขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมเยาวชน และสามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลีกเยาวชน ยู-18 ในปี 2008 มาครองได้สำเร็จ

จากนั้น ในปี 2009 เพื่อให้นักเตะมีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ทีมเลยได้ปล่อยตัวเขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จะได้ฝึกฝีเท้ากับทีมอื่นๆ โดยเป็นทีม โคเวนทรี ซิตี้ ที่ยืมตัวเขาไปเล่นให้กับทีม ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างมาก และเขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เป็นกำลังสำคัญของทีม ซึ่งเขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 13 นัด และยิงได้ 1 ประตู

หลังจากเฮนเดอร์สัน กลับมารักษาตัวที่ ซันเดอร์แลนด์ อยู่เป็นเวลานานพอสมควร ซึ่งในซีซั่น  2009/2010 เจ้าตัวก็กลับมาฟิตสมบูรณ์ และลงซ้อมได้อย่างเต็มที่ แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้อยู่ในทีมเยาวชนอีกแล้ว เมื่อทางสโมสรได้ดันเขาให้ขึ้นมาฝึกซ้อม และเล่นกับทีมชุดใหญ่ แบบที่เจ้าตัวก็ไม่ทันตั้งตัว

และ เฮนเดอร์สัน ก็เป็นหัวใจสำคัญของทีม เมื่อเขาลงสนามให้กับทีมไปถึง 38 นัด เรียกได้ว่าลงครบทุกเกมในลีกเลยทีเดียว และความยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี ประจำฤดูกาล 2010/2011 ของสโมสร และเขา ยังได้รับการต่อสัญญากับทีมยาวไปถึง 5 ปี อีกด้วย

และหลังจาก เฮนเดอร์สัน  โชว์ฟอร์มร้อนแรงในฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอม  เหล่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างจับตามอง และเตรียมที่จะกระชากตัวไปร่วมทีม แต่แล้วก็เป็ทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สามารถเจรจายื่นข้อเสนอขอซื้อตัว เฮนเดอร์สัน  มาร่วมทีมได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูล  ได้ตัดสินใจทุ่มเงินถึง 20 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว กองกลางฟอร์มฮอตคนนี้มาร่วมทีม และหวังว่าเฮนเดอร์สัน จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เริ่มจะโรยรา และใกล้ถึงช่วงปลายอาชีพการค้าแข้งแล้ว

และฤดูกาลต่อมาเฮนเดอร์สัน  เริ่มค่อยๆ ขยับเข้ามาเป็นตัวหลักของทีม เขาเริ่มถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับ จนเบียด สตีเวน  เจอร์ราร์ด ลงไปเป็นตัวสำรอง และท้ายที่สุดเขาก็สามารถยึดตัวจริงในแดนกลางได้สำเร็จ

หลังจบฤดูกาลนี้สตีเวน เจอร์ราร์ด ได้ตัดสินใจโบกมือลาทีม ไปอยู่กับ ทีม แอลเอ แกแล็กซี่ ทีมลูกหนังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทาง หงส์แดง ได้ทำการแต่งตั้งให้ เฮนเดอร์สัน ให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของสโมสร ในวันที่ 1 มีนาคม 2015 ซึ่งเขาได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล ให้ได้รับปลอกแขนอันยิ่งใหญ่ อันนี้

และ เฮนเดอร์สัน ก็ได้ลงประเดิมสนามในฐานะกัปตันทีมคนใหม่ของ หงส์แดง  ในเกมที่ทีม เปิดบ้านเอาชนะเรือใบสีฟ้า  ไปด้วยสกอร์ 2-1 ถือเป็นการประเดิมตำแหน่งกัปตันทีม ที่น่าจดจำของเขาอย่างมาก และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เฮนเดอร์สัน ก็กลายเป็นนักเตะตัวหลัก และหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมมาโดยตลอด

และมาถึงยุคเปลี่ยนผ่านอันยิ่งใหญ่ของทีม เมื่อ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้แต่งตั้งให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ให้เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่   คล็อปป์ ได้เข้ามาวางรากฐาน เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งอย่างในทีมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ เขายังมอบความไว้วางใจให้ เฮนเดอร์สัน เป็นกัปตันทีม และเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางต่อไป

และในฤดูกาล 2017/2018 เป็นปีที่ ลิเวอร์พูล  เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และเฮนเดอร์สัน ก็เกือบจะได้ชูถ้วยแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรก ในฐานะกัปตันทีม แต่เขา และเพื่อนร่วมทีมก็ต้องอกหัก เมื่อทีมไปแพ้ให้กับราชันชุดขาว  เรอัล มาดริด 1-3 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

ฤดูกาลต่อมา  2018/2019 หงส์แดง โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่าง ยอดเยี่ยม จนทีมเกือบจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ และ เฮนเดอร์สัน  จะกลายเป็น กัปตันทีมคนแรกที่ได้ชูถ้วยอันยิ่งใหญ่ นี้ แต่ว่า สุดท้าย “หงส์แดง” ก็ พลาดในช่วงท้ายฤดูกาล กลายเป็นทีม เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ที่ได้แชมป์ไปครอง โดยมีชนะแค่1 คะแนนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ ก็ยังเป็นฤดูกาลที่สุดยอดอย่างมากของ หงส์แดง เนื่องจากทีมสามารถเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้ง และคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ส่งผลให้ เฮนเดอร์สัน ได้ชูถ้วยแชมป์ยุโรปเสียที หลังจากที่พลาดหวังไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

และในฤดูกาล 2019/2020 สิ่งที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล  ต่างรอคอย ก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อ เฮนเดอร์สัน และ เพื่อนร่วมทีมของลิเวอร์พูล เดินหน้าโชว์ฟอร์มร้อนแรงแบบไร้เทียมทานตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น จนสามารถพาทีมผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แบบยิ่งใหญ่ และเมื่อถึงช่วงท้ายฤดูกาล เฮนเดอร์สัน ก็ได้กลายเป็นกัปตันทีมคนแรกของทีม ที่ได้ชูถ้วยแชมป์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี อย่างยิ่งใหญ่ และต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของทีม กันเลยทีเดียว

ผลงานทีมชาติ

เฮนเดอร์สัน นั่นเริ่มต้นจากการเล่นในชุด 19 ปี และไต่ระดับมาด้วย 20 ปี และ 21 ปี จนกระทั่งในปี 2010 เขาได้ถูก ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติในเวลานั้น เรียกตัวเข้ามาติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยในเวลานั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี เท่านั้น และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเฮนเดอร์สัน  ก็กลายเป็น ตัวหลักของทีมชาติมาโดยตลอด เขามีชื่อในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นยูโร 2012 / ฟุตบอลโลก 2014 / ยูโร 2016 และจนกระทั่งล่าสุดใน ฟุตบอลโลก 2018 เฮนเดอร์สัน เป็นตัวหลักของทีม และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ทีมชาติอังกฤษ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และคว้าอันดับ 4 ของทัวร์นาเมนต์ นี้มาได้แบบสุดเซอร์ไพรส์

เกียรติประวัติ

ลิเวอร์พูล :

  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก : 2019-20
  • แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก : 2018-19
  • แชมป์ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ : 2019
  • แชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก : 2019
  • แชมป์ คาราบาวคัพ : 2011-2012

รางวัลส่วนตัว :

  • รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำสโมสร ซันเดอร์แลนด์ : 2009-2010, 2010-2011
  • รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำสโมสร ลิเวอร์พูล : 2011-2012
  • รางวัลนักเตะเยาวชนทีมชาติอังกฤษยอดเยี่ยม : 2012
  • ประตูสุดสวยของ พรีเมียร์ลีก ประจำเดือน : กันยายน 2016
  • ประตูสุดสวยของ EA Sport ประจำเดือน : กุมภาพันธ์ 2014
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ สโมสรลิเวอร์พูล ประจำเดือน : กันยายน 2014, มีนาคม 2015