May 27, 2022

  ไร้ โรนัลโด้ CR7  มีหรือไม่มีก็คงไม่แตกต่าง กับ 3 ข้อ แมนยู แพ้เรือใบยับเยิน

สรุปศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์   เป็นการดวลกันครั้งแรกในอาชีพผู้จัดการทีมระหว่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ ราล์ฟ รังนิก จบลงด้วยชัยชนะที่แสนจะง่ายของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และขาดลอยของ แมนฯ ซิตี้ ที่มีเหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 และทำให้แฟนบอลผีแดงผิดหวังอย่างมากกับนักเตะทีมผีแดงชุดนี้

แต่ถ้าเทียบฟอร์มในปัจจุบัน  มันก็ไม่ใช่สกอร์ที่เกินความคาดหมายมากนัก เนื่องจากศักยภาพของ2ทีม ฟอร์มในระยะหลังต่างกันราวฟ้ากับเหว

สรุปศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์   4 ประเด็นที่เกิดขึ้นในเกม แมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ครั้งที่ 187 ที่สังเวียนแข้ง เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.

1.ไร้ โรนัลโด้ CR7  มีหรือไม่มีก็คงไม่แตกต่าง

ก่อนเกม ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์    กุนซือ รังนิก ยืนยันว่า CR7 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะพลาดเกมผ่าเมืองเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่สะโพก

โดย CR7  เคยล้มเจ็บมาก่อน และพลาดการลงสนามให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปบ้างแล้วในฤดูกาลนี้ แต่พอ ผีแดง ปราศจากดาวซัลโวสูงสุดในเกมแห่งศักดิ์ศรีดาร์บี้แมตช์ ปรากฏว่ามีกระแสสังคมที่ไม่เชื่อเหตุผลของกุนซือ รังนิก ก็เป็นเพราะมีสื่อบางสำนักอ้างว่า โรนัลโด้ ฟิตสมบูรณ์ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับแท็คติกของ กุนซือ รังนิก ซึ่งจับเขาวางเป็นตัวสำรองในเกมบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ เจ้าตัวจึงไม่พอใจ และไม่ขอมีส่วนร่วมเลยทำให้ไม่ได้เข้าเช็คอินในโรงแรมก่อนเกม1คืนเหมือนเพื่อน นักเตะทั้งหลาย

อดีตกัปตัน รอย คีน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะกูรูมองว่า กุนซือ รังนิก พูดไม่จริง พราะเขาไม่เชื่อว่า CR7  ซึ่งมีสภาพร่างกายเหมือนเครื่องจักรนั้นจะเจ็บสะโพกซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่ คีโน่ ระบุว่าไม่สมเหตุสมผล

แต่ ด้วยความเหนือชั้นของทีมจ่าฝูง อย่างเรือใบสีฟ้า  บอกได้เลยว่าต่อให้ ผีแดง มีกองหน้าจอมเก๋า CR7 อยู่ในทีม และลงเล่นเป็นตัวจริง ผลลัพธ์ที่ปรากฏก็ไม่แตกต่างกันอย่างแน่นอน

และโรนัลโด้ CR7  ช่วงหลังฟอร์มการเล่นก็ไม่ได้มหัศจรรย์อะไรมากมาย  และสอยตาข่ายลดลงอย่างต่อเนื่อง  อย่างเกมก่อนหน้านี้กับ วัตฟอร์ด ก็ยิงประตูไม่ได้ ซ้ำร้ายยังเคยโดน หงส์แดง ลิเวอร์พูล บุกไปยำใหญ่ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา แล้ว5-0

ดังนั้นนาทีนี้ ปิศาจแดง จะมีหัวหอกวัย 37 ปีลงเล่นหรือไม่มี แฟนบอล ผีแดง ก็คงคาดหวังในตัวดาวเตะเลือดฝอยทองได้ไม่มากนักหรอก

  1. เดอ บรอยน์ซัด 2ประตู

เป็น แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ของเกมนี้สำหรับ เควิน เดอ บรอยน์ กัปตันทีม แมนฯ ซิตี้ ซึ่งกดลูกยิงเบิกร่องในเกมได้ และมาซัดอีก1 ประตูพาทีมแซงนำอีกครั้ง 2-1 สมควรอย่างยิ่งแล้วที่ เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับเลือกให้แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ในเกมดาร์บี้แมตช์ครั้งนี้

ถ้ามีโชคสักหน่อย เควิน เดอ บรอยน์ น่าจะทำแฮททริคได้ด้วยซ้ำซึ่งหากเขาทำได้ก็จะนับเป็นพ่อค้าแข้งรายที่2 ที่ทำสำเร็จในเกม แมนเชสเตอร์ดาร์บี้

เท่าที่ผ่านมา ยังมีนักเตะ1คน เท่านั้นที่กดแฮททริคในเกมผ่าเมือง คือ อังเดร แคนเชสสกี้ อดีตปีกจรวดของ ปิศาจแดง ซึ่งแผลงฤทธิ์เอาไว้เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1994 นัดที่ ปิศาจแดง เปิดบ้านถล่ม เรือใบสีฟ้า อับปาง 5-0

แต่ ประตูแรกของ เควิน เดอ บรอยน์ กัปตันทีม แมนฯ ซิตี้  ในเกมล่าสุดทำให้เขาเป็นนักเตะทีมชาติ เบลเยี่ยม รายที่ 4 ที่ยิงได้ใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตูแล้วต่อจาก โรเมลู ลูกากู (118), คริสติย็อง เบนเตเก้ (86) และ เอแด็น อาซาร์ (85)

3.ทีมปิศาจแดง ได้ปิดฉากลงแล้วคงไม่ต้องลุ้นกันแล้ว

ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ที่แฟนบอลต่างรอคอยคงได้ปิดฉากลงแล้ว   หลังผีแดงบุกมาแพ้ แมนฯ ซิตี้ ตามความคาดหมายก็เท่ากับว่า ทีม ผีแดง ได้หล่นจากอันดับ4ของตารางเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากคู่ก่อนหน้า ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล บุกไปเฉือนเอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ 3-2

เท่ากับแมนฯ ยูไนเต็ด  ลงเล่น 28 นัด ผีแดง เก็บได้ 47 คะแนนเป็นรอง ปืนใหญ่ ซึ่งมี 48 คะแนน แต่ลงเล่นเพียงแค่ 25 นัด

ซึ่งมองดูแล้วโอกาสจบอันดับท็อปโฟร์ของผีแดง  น่าจะปิดฉากหมดลุ้นค่อนข้างแน่นอนแล้วหากจะเพ่งเล็งกันถึงฟอร์มระยะหลังของทีมเมืองกรุงที่จัดจ้านสิ้นดี

มาถึงจุดนี้ จึงน่าจะบอกได้เต็มปากว่าโอกาสประสบความสำเร็จเหลือลุ้นเพียงอีก1 ในฤดูกาลนี้ของ ปิศาจแดง อยู่ที่ศึก แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเอง คงได้ลุ้นรายการนี้หรือไม่?

ถึงแม้เกมแรกในรอบ 16 ทีมกับ ทีมแอตเลติโก มาดริด กุนซือรังนิก จะพาทีมบุกไปตีเสมอทีม ตราหมี 1-1 ได้ แต่คงไม่ง่ายแน่ที่ทีมจะฝ่าด่านคู่แข่งจาก ลา ลีกา ทะลุเข้าสู่รอบ8ทีมสุดท้ายได้

ถ้า ปิศาจแดง ทำได้สำเร็จ โอกาสทะยานไปสุดทางถึงฝั่งฝันคว้าถ้วยโทรฟี่หูใหญ่ของ ปิศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีมากสักกี่เปอร์เซ็นต์ เชียวในเมื่อทีมเสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งหลายยังอยู่ในรายการนี้แทบเกือบครบ

จึงน่าจะเป็นอย่างที่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทำนายเอาไว้หลายวาระนั่นแหละว่า ปิศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด มีสิทธิ์ครองความเป็นเจ้าในยุโรปฤดูกาลนี้เพียงแค่ 1เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ดังนั้นหลังร่วงจากอัน4อย่างเป็นทางการ มันก็น่าจะหมายความว่าฤดูกาล2021/22 ของ ผีแดง ได้ปิดฉากลงอย่างบริบูรณ์แล้วนั่นเอง