August 7, 2022

หงส์แดงติดเครื่อง  จี้ติดเรือใบสีฟ้าแค่แต้มเดียวเท่านั้น

หงส์แดงติดเครื่องแล้วหลังจี้ติดเรือใบสีฟ้าแค่แต้มเดียวเท่านั้น หงส์แดง  ลิเวอร์พูล จัดหนักจัดเต็มเกมครึ่งหลังบุกมาอัด อาร์เซน่อล 2-0 โชต้า และฟีร์มีโน่ ซัดคนละ1ลูก พร้อมเป็นชัยชนะเกมเยือนนัดที่ 100 ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งให้ ลิเวอร์พูล  มีคะแนนเพิ่มเป็น 69 แต้ม ตามหลังจ่าฝูง เรือใบสีฟ้า แค่ 1 แต้มเท่านั้นหลังแข่ง 29 นัดเท่ากัน ส่วน อาร์เซน่อล  ถูกหยุดสถิติชนะ 5 นัดติด ยังรั้งที่ 4 มี 51 คะแนน

เกมบิ๊กแมตช์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง เมื่อคืนวันพุธที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล อันดับ 4 เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง

โดยซีซั่นนี้โคจรพบกันเป็นครั้งที่ 4 แล้วหลังเกมในลีกที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล  ไล่ถล่มมา 4-0 ขณะที่ในรายการ คาราบาว คัพ นัดแรกเสมอที่บ้านลิเวอร์พูล 0-0 ก่อนที่  อาร์เซน่อล  จะกลับมาพ่ายคารังให้หงส์แดง 0-2 ส่งลิเวอร์พูลเข้าไปชิงชนะเลิศก่อนจะดวลจุดโทษเอาชนะ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี คว้าแชมป์รายการนี้ไปได้

โดยกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า พาทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล คว้าชัยชนะรวดในลีกมา 5 นัดติด เกมนี้ยังใช้ชุดเก่งชุดเดิม บูคาโย่ ซาก้า ปั้นเกมรุกร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ โดยให้ อเลซ็องด์ร ลากาแซ็ตต์ กัปตันทีมยืนหน้าเป้า ส่วน ลิเวอร์พูล   ของกุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ ดาวยิง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั่งเป็นแค่สำรองข้างสนาม โดย3แนวรุกใช้ หลุยส์ ดิอ๊าซ, ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่

เกมเริ่มมาแค่ 2 นาที หงส์แดง เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อนหลัง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดลูกเตะมุมทางด้านขวามากลางประตูให้ ฟาน ไดจ์ค โหม่งไม่ถึง 12 หลาบอลพุ่งเกือบเบียดเสาแต่ยังดีที่ นายประตู อาร์เซน่อล แรมส์เดล พุ่งปัดออกไปอย่างหวุดหวิด

ในนาทีที่ 9 อาร์เซน่อล  ได้ลุยขึ้นมาบ้าง คราวนี้ บูคาโย่ ซาก้า ตักมาเสาไกลให้ มาร์ติเนลลี่ วิ่งมาวอลเลย์บอลแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านแต่บอลยังไปติด โฌแอล มาติป

โดยเกมค่อนข้างสูสี ทั้ง2ทีมต่างเล่นด้วยความรัดกุม นาที 23 ซาก้า ได้บอลขึ้นทางขวาก่อนจ่ายคืนหลังให้ เซดริก โซอาเรส ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

ทั้ง2ทีมคอนโทรลบอลกันลำบากหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ในนาที 33 เจ้าถิ่น อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ลากาแซตต์ ไหลบอลให้ กรานิต ชาคา ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลพุ่งหลุดหลังออกไปอีก

ในนาทีที่ 45 เทรนท์ ยกบอลยาวผ่านคู่เซ็นเตอร์เจ้าถิ่นให้ มาเน่ สอดขึ้นมาแต่จับบอลยาวไปก่อนซัดยิงเร็วบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

เกมจบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้  ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

เริ่มเกมมาครึ่งหลัง ได้แค่นาทีที่ 46 เฮนเดอร์สัน แทงบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปก่อนส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายไปแล้ว แต่ว่าผู้ตัดสินเป่าเป็น มาเน่ ล้ำหน้าไปก่อน อดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

อีก3นาทีต่อมา มาร์ติเนลลี่ แหวกแนวรับหงส์ด้วยการโยกหลอก เทรนท์ แล้วแตะบอลลอดขา เฮนเดอร์สัน เข้าไปในเขตโทษแล้วปาดเลียดมาในกรอบ 6 หลาเพื่อนเติมมาไม่ทันโดนเคลียร์ไปหวุดหวิด

นาทีที่ 51 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล น่าจะได้ประตูขึ้นนำหลัง ติอาโก้ ส่งคืนหลังพลาดโดน ลากาแซตต์ ฉกบอลก่อนแตะหลบ อลีสซง แล้วคืนหลังให้ โอเดการ์ด ยิงด้วยซ้ายแต่บอลยังไม่ผ่านนายด่าน ลิเวอร์พูล ที่พุ่งมาปัดบอลออกไปอย่างเหลือเชื่อ

สุดท้ายในนาที 54 กลายเป็น ลิเวอร์พูล  ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 คราวนี้ ติอาโก้ แทงบอลสุดสวยให้ โชต้า หลุดเข้าไปยิงซัดแรงเบียดเสาเข้าไป ชนิดที่ แรมส์เดล ปัดไม่ออก เป็นเม็ดที่ 13 ในลีกฤดูกาลนี้ของดาวยิงชาวโปรตุกีส และเป็นประตูที่ 5 ในฤดูกาลนี้ที่ยิงใส่ ทีมอาร์เซน่อล

นาที 56 คล็อปป์ เปลี่ยนรวดเดียว2คนส่ง ซาลาห์ ลงมาเล่นแทน ดิอ๊าซ และฟีร์มีโน่ ลงมาเล่นแทน ดิโอโก้ โชต้า

ด้านแนวรับของ อาร์เซน่อล เริ่ม สมาธิแตก นาที 62 มาเสียประตูที่2ให้ ลิเวอร์พูล จากจังหวะที่แนวรับอาร์เซน่อลเคลียร์บอลไม่ดีไปติดบล็อค แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนแบ็กชาวสกอตต์จะลากเข้าไปแล้วปาดบอลมาเสาแรกให้ ฟีร์มีโน่ เข้าฮอสเปลี่ยนทางบอลเสียบตาข่ายเข้าไปไม่พลาด ลิเวอร์พูล บุกมานำห่างเป็น 2-0

ทีมอาร์เซน่อล   หลังเสียประตูไป2 ประตู เริ่มโหมบุกหนัก อาร์เตต้า ส่งทั้ง เอมิล สมิธ, นิโกลาส์ เปเป้ และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ลงมาเสริมเกมรุก

นาที 87 ปืนใหญ่ เกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลัง กรานิต ชาคา แทงบอลออกซ้ายให้ มาร์ติเนลลี่ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลพุ่งเฉียดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

จบเกม หงส์แดง  บุกมาทุบ อาร์เซน่อล 2-0 เก็บ3แต้มล้ำค่ามีเพิ่มเป็น 69 แต้ม ตามหลังจ่าฝูง แมนซิตี้ แค่1 แต้มเท่านั้นหลังแข่ง 29 นัดเท่ากัน ส่วน “ปืนใหญ่” ถูกหยุดสถิติชนะ 5 นัดติด ยังรั้งที่ 4 มี 51 แต้ม

 รายชื่อผู้เล่นทั้ง2ทีม

 ทีมอาร์เซน่อล ระบบ(4-2-3-1)แอรอน แรมส์เดล – เซดริก โซอาเรส, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – กรานิต ชาคา, โธมัส ปาร์เตย์ – บูคาโย่ ซาก้า (นิโกล่าส์ เปเป้ น.74), มาร์ติน โอเดการ์ด (เอมิล สมิธ โรว์ น.67), กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ – อเลซ็องด์ร ลากาแซ็ตต์ (เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ น.81)

ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

ทีมลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3)อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกานตาร่า (เคอร์ติส โจนส์ น.90) – หลุยส์ ดิอ๊าซ (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น.56), ดิโอโก้ โชต้า (โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.56), ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม : เยอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์